วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

สุรพล โทณะวณิก

....


ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร : ชีวิตต้องสู้ของสุรพล โทณวนิก นักแต่งเพลงศิลปินแห่งชาติ

นานปีหลังจากนั้น เขาบอกว่า โลกเราเป็นโรงละครฉากหนึ่งให้มนุษย์เกิดมาแสดงบทบาทละครของแต่ละคน

สุรพลเป็นเด็กจรจัดอาศัยอยู่ที่ใต้เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้าอยู่หลายปี เขาเติบโตในกองขยะ

สุรพลเป็นลูกของท่านขุน แม่เป็นเมียน้อยคนที่สาม เมื่อยังเด็กอาศัยอยู่กับยาย จนอายุหกขวบไปอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงที่กรุงเทพฯ เมื่อแม่กับพ่อเลี้ยงถึงแก่กรรม ก็หนีออกจากบ้านใช้ชีวิตเป็นเด็กเร่ร่อนอยู่แถวสะพานพระพุทธยอดฟ้าและวัดต่าง ๆ แถวนั้น

ที่เชิงสะพานพุทธมีสามล้อรับจ้างข้ามไปมา แต่สะพานชันเกินกว่าคนถีบสามล้อจะพารถขึ้นไปได้ด้วยแรงสองขา ต้องอาศัยเด็ก ๆ แถวนั้นช่วยเข็นให้ คนขี่สามล้อจะโยนเหรียญห้าสตางค์ สิบสตางค์ ให้เด็กเข็นรถ มันเป็นค่าข้าวของเขา

สุรพลใช้ริมถนนเป็นบ้าน นอนบนทางเท้าบ้าง ในดงขยะบ้าง บางครั้งก็นอนในหัวเรือเอี้ยมจุ๊นซึ่งจอดที่คลองตลาดบ้านสมเด็จฯ ในหน้าหนาวอากาศเย็นจัด เขาต้องขุดทรายลึก ๆ แล้วนอนในหลุมทรายนั้น บางครั้งก็มีสุนัขมานอนด้วย เด็กชายนอนกอดสุนัขเป็นเพื่อน หลายปีหลังเขาบอกว่า ถ้าผมไม่ได้หมา ผมก็ตายไปแล้ว หมามันก็รักผม กลางคืนหน้าหนาว กอดกับมันอุ่นกว่ากอดกับคนอีก

สุรพลอายุแปดขวบเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองอุบัติ คืนหนึ่งด้วยความเหนื่อยล้าเกินกว่าจะหาที่นอนที่อื่น เขาก็นอนในโลงศพในโกดังผีวัดพิชัยญาตินั่นเอง เขาหลับเป็นตายเพราะความเพลีย ตื่นขึ้นมาเมื่อแสงแดดแยงลงมา เขานึกว่าตกนรกเพราะเจ็บไปทั้งแผ่นหลัง เขาถูกฝูงมดแดงกัดตอนนอน

เขามองขึ้นไปเบื้องบน แสงแดดส่องทะลุหลังคาสังกะสีเข้ามา ทันใดนั้นเขาก็ได้คิด ภายในที่มืดมิดอย่างโกดังผี แสงสว่างยังสาดเข้ามาได้ ชีวิตมืดได้ก็ต้องสว่างได้


ทุกเช้าสุรพลเห็นเหล่านักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบ โรงเรียนบ้านสมเด็จฯเดินไปโรงเรียน เด็กเหล่านั้นแต่งเครื่องแบบนักเรียนถือกระเป๋าดูโก้มาก เขาอยากเป็นเด็กนักเรียนอย่างนั้นบ้าง เขาอยากอ่านหนังสือออก แต่จะเข้าโรงเรียนได้อย่างไร ในเมื่อตัวเขาเองต้องหากินต่อชีวิตไปวัน ๆ เขาคงไม่มีโอกาสเข้าโรงเรียน

แล้วเขาก็เริ่มเรียนหนังสือด้วยตัวเองโดยวิธีของเขาเอง เขาถามเด็กนักเรียนที่ผ่านมาโดยชี้ที่ป้ายต่าง ๆ เช่น ป้าย ถนนจักรเพชรถามนักเรียนว่า ป้ายนี้อ่านว่าอะไร?” เมื่อนักเรียนบอก เขาก็จดจำมันทั้งดุ้นว่า ตัวหนังสือหน้าตาอย่างนี้อ่านว่า ถนนจักรเพชร

สุรพลจดจำคำต่าง ๆ โดยไม่รู้จักพยัญชนะสักตัวเดียว คำศัพท์หน้าตาแบบนี้ออกเสียงว่า ช้าง คำหน้าตาอย่างนั้นออกเสียงว่า หนู ต่อมาก็เริ่มแยกแยะตัวพยัญชนะออก ตัว ก มีหน้าตาไม่มีหัวแบบนี้ ถ้าหัวอยู่ในคือ ถ ถ้าหัวหันออกคือ ภ จำไปทีละพยัญชนะ ทีละคำ เป็นตัว ๆ โดยไม่รู้วิธีประสมพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์

นักเรียนในโรงเรียนแถวนั้นเห็นสุรพลอยากเรียนจริง ๆ ก็ยกตำราแบบเรียนเร็วให้เขาใช้ฝึกฝน เขาพยายามอ่านไปทีละตัวเช่นนี้ราวสองปีกว่าก็เริ่มอ่านได้ หลังจากนั้นเขาก็อ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า เก็บเศษหนังสือพิมพ์มาอ่าน อ่านป้ายร้านค้าต่าง ๆ 

สุรพลชอบถามคนเดินผ่านทางว่า คำนี้อ่านว่าอะไร?” แต่เขาต้องประหลาดใจที่พบว่าคนจำนวนมากรอบตัวเขาไม่รู้หนังสือ

วันหนึ่งสุรพลพบคนแก่คนหนึ่งนั่งอ่านหนังสือ ชายคนนั้นใช้แว่นขยายอ่านอย่างลำบาก สุรพลบอกคนแก่ว่า เขาจะรับจ้างอ่านหนังสือให้ฟังชั่วโมงละสตางค์เดียว โดยมีข้อแม้ว่า ถ้าคำไหนผมไม่รู้ คุณลุงต้องช่วยสอนผมด้วย

ชายแก่ตกลง ด้วยวิธีนี้เขาจึงได้อ่านหนังสือมากมาย เช่น รามเกียรติ์, พระอภัยมณี, มหาภารตะยุทธ, สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ฯลฯ


ช่วงน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯในปี พ.ศ. 2485 สุรพลหารายได้พิเศษรับจ้างพายเรือส่งผู้คนและขายของ หลังจากนั้นเขาก็ติดตามพระครูคุณรสศิริขันธ์ เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งมาจำพรรษาที่วัดมหาพฤฒาราม ไปบวชเณรที่วัดชุมพลสุทธาวาส แล้วเข้าเรียนต่อที่สุรินทร์จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ก่อนสิ้นสงครามโลก เขากลับมากรุงเทพฯอาศัยอยู่ที่วัดมหาพฤฒาราม ช่วยแม่ค้าขายขนมและน้ำแข็งไสใส่น้ำหวาน มีกินบ้างอดบ้าง ทำงานทุกชนิดโดยไม่เกี่ยงงาน จนในที่สุดก็ได้งานที่โรงละครย่านเวิ้งนาครเขษม กวาดโรงละคร ล้างห้องส้วม

แต่งานต่ำต้อยก็มี แสงแดดส่องทะลุหลังคาสังกะสีเข้ามาชีวิตในโรงละครเปิดโอกาสให้เขารู้จักนักแต่งเพลง นักประพันธ์ และดาราละครหลายคน เขาเรียนทุกอย่างจากทุกคนที่เขาพบ

เป็นอีกครั้งที่เขาเริ่มเรียนสิ่งที่เขาไม่รู้ ครั้งนี้คือวิชาการประพันธ์ เรียนจากนักประพันธ์ รพีพร กับอิงอร รพีพรเขียนหนังสือได้หลายด้าน ทั้งเรื่องสั้น นวนิยาย บทละคร และยังเป็นนักหนังสือพิมพ์ ส่วนอิงอรเป็นนักประพันธ์เจ้าของฉายาปากกาจุ่มน้ำผึ้งมีผลงานมากมาย

สุรพลเริ่มเขียนหนังสือและฝึกฝนจนงานของเขาได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสารและหนังสือพิมพ์หลายฉบับ เช่น แสนสุขรายสัปดาห์, เพลินจิตรายวัน, ชาติไทยวันอาทิตย์, ชาวกรุง ฯลฯ แต่งานเขียนหนังสือไม่ใช่ปลายทางความฝันของเขา เขาค้นพบว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาคือนักแต่งเพลง

เขาชอบฟังเพลงต่าง ๆ แล้ววิเคราะห์ว่าแต่ละเพลงนั้นดีอย่างไร อะไรทำให้มันไพเราะ มันมีจุดเด่นตรงไหน ทำไมมันจึงติดหู ทำไมมันจึงติดคาใจได้ เขาพบว่าเพลงที่ประสบความสำเร็จคือเพลงที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกเข้าไปในเพลง

เขาเรียนจากคนรอบตัวแบบครูพักลักจำ ครูของเขามีนับไม่ถ้วน

วันหนึ่งเมื่ออายุยี่สิบเอ็ด เขาได้ยินว่าละครที่กำลังจะแสดงยังขาดคำร้อง เขาจึงขอแต่งเพลงนั้น มันกลายเป็นเพลง ลาแล้วแก้วตา เป็นเพลงแรกในชีวิต เปิดประตูสู่วงการเพลงโดยการสนับสนุนของครูไสล ไกรเลิศ

สุรพลแต่งเพลงทิ้งไว้จำนวนมาก วันหนึ่งขณะยืนรอรถราง เสียงเพลงเพลงหนึ่งลอยมากระทบโสต เพลงนั้นอ่อนหวานไพเราะ คนที่ยืนข้างเขาเอ่ยว่า เพลงนี้แต่งดีเหลือเกิน

มันเป็นเพลงที่เขาแต่งเอง มีคนนำเพลงที่เขาแต่งไว้ไปใช้และรับเครดิต เมื่อนั้นเขาจึงรู้ว่าเขาควรเดินไปตามทางของเขาเอง เขาควรยืนหยัดเป็นนักแต่งเพลงด้วยตนเองได้แล้ว

เมื่อความมุ่งมั่นปรากฏ ชะตาก็ถูกกำหนดด้วยตัวเอง ประสบการณ์ชีวิตอันหนักหน่วงในวัยเด็กกลายเป็นปุ๋ยที่เพลงของเขางอกงาม อารมณ์ความรู้สึกทุกรูปแบบที่เขาประสบมาโดยตรงเป็นฐานให้ตัวโน้ตแต่ละตัวเต้นระบำ

สุรพลประพันธ์เพลงตั้งแต่หนุ่มจนแก่ไม่เคยหยุด เพลงของเขากลายเป็นที่คุ้นหูของประชาชน นักร้องจำนวนมากขับร้องเพลงที่เขาแต่ง เช่น ลาแล้วแก้วตา, ในโลกแห่งความฝัน, ใครหนอ, ฟ้ามิอาจกั้น, ยามรัก, แม่เนื้ออุ่น, ลมรัก, อยากลืมกลับจำ นับไม่ถ้วน

เขาไม่เคยกลัวความไม่แน่นอนของอนาคต เขาผ่านจุดต่ำสุดในชีวิตมาแล้ว ที่เหลือคือโบนัส


นานปีหลังจากนั้น เขาบอกว่า โลกเราเป็นโรงละครฉากหนึ่งให้มนุษย์เกิดมาแสดงบทบาทละครของแต่ละคน

บทบาทของแต่ละคนถูกกำหนดโดยตัวคนคนนั้นเอง และการเล่นบทนั้นได้ดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับความพยายามดิ้นรนสู่ความฝัน ไม่งอมืองอเท้ารอรับชะตากรรมที่ชาติกำเนิดกำหนด เขาแสดงให้โลกเห็นความแตกต่างระหว่างคนรักสนุกกับคนรักดี ระหว่างปลาที่ว่ายตามกระแสน้ำกับปลาที่ว่ายทวนกระแสน้ำ มีแต่ปลาที่ว่ายทวนน้ำจึงสามารถกำหนดเกมชีวิตเองได้ โดยมีความรู้คือครีบ ความพยายามคือหางรวมกันเป็นแรงผลักให้ว่ายไปถึงปลายฝัน

ชีวิตคือการเรียนรู้ เรียนสิ่งที่ตนไม่รู้ เรียนรู้ให้ไกลกว่าสิ่งที่รู้แล้ว ไม่หวาดหวั่นต่อความมืด เพราะในที่มืดมิดที่สุดก็สามารถมีแสงสว่างสาดเข้ามาได้

หมายเหตุ : สุรพล โทณะวณิก ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน ในปี พ.ศ. 2507 จากเพลง ใครหนอ, ในโลกแห่งความฝัน, เพชรตัดเพชร ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานในปี พ.ศ. 2526 จากเพลง ลมรัก, อยากลืมกลับจำ และได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี พ.ศ. 2540

.………………...

จากหนังสือ ชีวิตเป็นเรื่องชั่วคราว

  วินทร์ เลียววาริณ


ความในใจต่อสุวลี
ผู้พลิกชีวิตด้วยบทเพลง

วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2557

เพลงผีบอก น้ำตาแสงใต้

...


เพลงน้ำตาแสงไต้ เป็นเพลงประกอบละครเรื่อง "พันท้ายนรสิงห์"
 ที่จัดแสดงที่ศาลาเฉลิมไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๗ โดยคณะศิวารมณ์ ประพันธ์ทำนองโดยสง่า อารัมภีร โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง
เขมรไทรโยค และเพลงลาวครวญ ผู้ขับร้องคนแรกคือ สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์
คำร้อง: มารุต - เนรมิตร
ทำนอง: สง่า อารัมภีร

นวลเจ้าพี่เอย คำน้องเอ่ยล้ำคร่ำครวญ
ถ้อยคำเหมือนจะชวน ใจพี่หวนครวญคร่ำอาลัย
น้ำตาอาบแก้ม เพียงแซมเพชรไสว
แวววับจับหัวใจ เคล้าแสงไต้ งามจับตา
นวลแสงเพชร เกล็ดแก้วอันล้ำค่า
ยามเมื่อแสงไฟส่องมา แวววาวชวนชื่นชม
น้ำตาแสงไต้ ดื่มใจพี่ร้าวระบม
ไม่อยากพรากขวัญภิรมย์ จำใจข่มใจไปจากนวล


http://bit.ly/2ws5GdZ

ที่มาของเพลง

"ข้าพเจ้าจำได้แม่นยำว่า วันนั้นในราวเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๘
ศิวารมณ์กำลังซ้อมละครเรื่อง พันท้ายนรสิงห์อยู่ที่ห้องเล็ก ศาลา
เฉลิมกรุง ดูเหมือนจะเข้าโปรแกรมวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ซ้อมกันอย่างหนัก
เพราะเป็นสมัยที่เริ่มงานใหม่ๆ ตอนนั้นข้าพเจ้ามีหน้าที่ดีดเปียโน
ให้นาฏศิลป์เขาซ้อมและต่อเพลงให้นักร้องเท่านั้น

ผู้ที่แต่งเพลงให้ศิวารมณ์สมัยนั้นคือ ประกิจ วาทยกร และ โพธิ์ ชูประดิษฐ์ ข้าพเจ้าเป็นนักดนตรีใหม่ๆ ยังไม่ถึงปี สุรสิทธิ์ , จอก , สมพงษ์ และทุกๆ คนมาซ้อมละครกันตั้งแต่เย็นส่วน เนรมิต , มารุต สมัยโน้นเข้าคู่กันคร่ำเครียดกับบทและวางคาแร็คเตอร์ตัวละคร นาฏศิลป์ซ้อมกัน เต้นกัน นักร้องก็ร้องเพลงกัน

เหลือเวลา ๕ วันละครจะเริ่มแสดงแล้ว เพลงเอกของเรื่องคือ น้ำตาแสงไต้ ทำนองยังไม่เสร็จ คุณประกิจและคุณโพธิ์ แต่งส่งมาคนละเพลงสองเพลง แต่ยังไม่เป็นที่ไม่พอใจแก่เจ้าของเรื่องและผู้กำกับ ทั้งเจ้าของเรื่องและผู้กำกับต้องการให้เพลงมีสำเนียงเป็นไทยแท้ มีรสและวิญญาณไปในทาง หวานเย็นและเศร้า

เย็นนั้นเมื่อเลิกซ้อมแล้ว ข้าพเจ้าพลอยอึดอัดไปกับเขาด้วย ข้าพเจ้าลงมายืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าเฉลิมกรุง ไม่รู้จะไปไหนดี ได้ยินเสียงเรียก หง่า หง่า คุณทองอิน บุณยเสนา ถามว่า ราบรื่นเรียบร้อยหรือไฉนข้าพเจ้าอ่ยถึงเพลง น้ำตาแสงไต้ ที่ยังแต่งกันไม่เสร็จ พี่อินฟังแล้วพูดว่า "เพลงไทยนั้นมีเยอะ แต่ไอ้รสหวานเย็นและเศร้าที่หง่าว่ามันมีน้อย อั๊วชอบมาก และรู้สึกว่าหวานเย็นเศร้ามีแต่เขมรไทรโยคและลาวครวญเท่านั้น" คุยกันสักพักข้าพเจ้ารู้สึกง่วงนอนปุ๊บหลับปั๊บจะหลับไปนานเท่าไรไม่รู้

ข้าพเจ้ารู้สึกแปลกใจมาก ที่ใครมาเล่นเปียโนที่ห้องเล็กก่อนข้าพเจ้าปกติ ๘.๐๐ น. กว่าๆ ข้าพเจ้าเห็นคนอยู่ ๔ คน ชาย ๓ หญิง ๑ แต่งกายแปลกมาก ชายแต่งกายเหมือนนักรบโบราณ เขาถอดหมวกวางไว้บนเปียโน คนเล่นผิวค่อนข้างขาว หน้าคมคาย อีกคนหนึ่งผิวคล้ำนั่งอยู่ทางขวาของเปียโน คนที่ ๓ อายุมากกว่าสองคนแรกผมหงอกประปราย ท่าทางเป็นผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ หน้าตาอิ่มเอิบ ส่วนผู้หญิง นั้นสวยเหลือเกิน นุ่งผ้าจีบพกแต่งกายโบราณนุ่งผ้าจีบพก ห่มผ้าแถบสีแดงสด ผิวนวลปล่อยผมปรกบ่า กำลังยืนเอามือเท้าเปียโนอยู่ด้านซ้าย

ข้าพเจ้าเปิดประตูเข้าไป เขาไม่สนใจข้าพเจ้าเลย จนข้าพเจ้าเดินเข้าไปใกล้จะเข้าพูดก็ไม่รู้จัก เขาแต่งตัวแปลก เลยนั่งมองดูเขาและฟังเพลงที่ดีดนั้น คนเล่นเปียโนเก่งมาก เขาเล่นจากความรู้สึกจริงๆ ตาเขาลอยคล้ายฝันมองไปตรงหน้า บางทีมองหน้าผู้หญิง เธอยิ้มรับน่ารักเหลือเกิน ข้าพเจ้าฟังเพลินมองเพลิน

สักครู่ข้าพเจ้าก็สะดุ้งเพราะเสียงห้าวต่ำอย่างมีอำนาจของผู้สูงอายุพูดขึ้นว่า " ไหนเทพ เธอลองเล่น เขมรไทรโยคซิ " คนที่เล่นเปียโนผงกศีรษะรับ พร้อมกับเปลี่ยนเพลงมาเป็นเขมรไทรโยค เขาเล่นด้วยความรู้สึก เสียงประสานประหลาดแต่ทว่านุ่มนวลฟังแล้วทำให้คิดและมองเห็นภาพไปด้วยความรู้สึกหวานชื่นเพลินฟังจนเพลงจบเมื่อไรไม่รู้ เพลงที่เล่นนั้นเพราะเหลือเกิน

พลันเสียงผู้สูงอายุพูดขึ้นว่า " ธิดาจ๋า เธอจะไม่ลองฝีมือดูรึ " สาวสวยคนนั้นเดินไปนั่งที่เปียโนบรรเลงเพลงเป็นเพลงหวานเศร้าสำเนียงลาว ลาวครวญ อันหวานเศร้า ฝีมือของเธออยู่ในขั้นเลิศ ข้าพเจ้านั่งน้ำตาคลอคิดไปถึงความหลังคิดเพลินจนเพลงจบไม่รู้ตัว

เสียงห้าวต่ำๆ ดังขึ้นอีกว่า อมรถ้าเราเอา วิญญาณ ของเพลงสองเพลงนี้มารวมกันเข้า คงจะเพราะอย่างหาที่ติไม่ได้เชียวนะ" ข้าพเจ้าเห็นคนผิวคล้ำที่นั่งข้างขวาของเปียโนก้มศีรษะรับพร้อมกับพูดว่า กระผมเห็นด้วยคงจะไพเราะอย่างยิ่ง หญิงสาวลุกขึ้นจากเปียโนพลางหันหน้าไปพูดกัยคนผิวคล้ำว่า ขอเชิญคุณครูค่ะ ขอเชิญคุณครูสวมวิญญาณของเพลงทั้งสอง ให้ศิษย์ได้ฟังเพื่อเป็นขวัญโสตและขวัญชีวิตของศิษย์ทั้งสอง ท่านที่รัก

เสียงที่ลอยมาจากเปียโนนั้นสำเนียงไทยแท้มี รสหวานเย็นเศร้า ครูอมรได้รวมวิญญาณของ เขมรไทรโยค และ ลาวครวญ ได้สนิทแนบสำเนียงและ วิญญาณถอดออกมาจากเพลงสองเพลงนี้อย่างครบถ้วนโดยที่เพลงเดิมไม่ได้เสียหายอะไรแม้แต่น้อย ดุจสองวิญญาณเก่าเคล้ากัน จนเกิดวิญญาณใหม่ที่สวยงามขึ้นอีกวิญญาณหนึ่งข้าพเจ้าฟังเพลินจนสะดุ้ง เมื่อมีมือหนักๆ มาเขย่าจนรู้สึกตัวตื่นจากภวังค์

บ่ายๆ สามโมงวันนั้น เมื่อนาฏศิลป์และละครแยกย้ายกันกลับ. บนห้องเล็กเหลือข้าพเจ้า , เนรมิต, มารุต, สุรสิทธิ์ เนรมิตและมารุตบ่นถึงเพลง น้ำตาแสงไต้ ว่าทำนองที่คุณโพธิ์และคุณประกิจส่งมายังใช้ไม่ได้ เหลือเวลาอีก ๓ วันละครจะแสดงแล้วเดี๋ยวไม่ทัน ข้าพเจ้านั่งฟังสักครู่หันมาเล่นเปียโน

ท่านที่รัก ความรู้สึกบอกไม่ถูกนิ้วมือข้าพเจ้าบรรเลงไปตามอารมณ์ ข้าพเจ้าก็ไม่รู้ว่าเป็นเพลงอะไร เคลิ้มๆ บังไงพิกล เนรมิตถามว่า หง่า นั่นเพลงอะไร ข้าพเจ้าสะดุ้งพร้อมกับนึกขึ้นได้ และจำทำนองได้ทันทีว่าเป็นเพลงที่ครูอมรดีด ข้าพเจ้าหันไปถามเนรมิตว่า เพราะหรือฮะ เนรมิตพยักหน้าบอกให้เล่นใหม่ ข้าพเจ้าบนนเลงอีกหนึ่งเที่ยว ทั้งเนรมิตและมารุตพูดขึ้นว่า นี่แหละ น้ำตาแสงไต้ ข้าพเจ้าดีใจรีบจดโน๊ต และประพันธ์คำร้องกันเดี๋ยวนั้น

มารุตขึ้น นวลเจ้าพี่เอย
เนรมิตต่อ คำน้องเอ่ยล้ำคร่ำครวญ

แล้วช่วยกันต่อ ถ้อยคำเหมือนจะชวน ใจพี่หวนครวญคร่ำอาลัย
พอจบประโยคแรก สุรสิทธิ์ร้องเกลาทันที ร่วมกันสร้างจบคำร้องในราว ๑๐ นาทีเท่านั้นเอง

สุดท้ายเพลงก็ทันละครแสดง เมื่อทำนองเพลง. น้ำตาแสงไต้พลิ้วขึ้นคนร้องไห้กันทั้งโรง แม้พันท้ายนรสิงห์จะสร้างเป็นภาพยนตร์ยังใช้เพลง น้ำตาแสงไต้เป็นเพลงเอกอยู่"
คัดลอกมาจากหนังสือ เพลงผีบอก รวมเรื่องผีและที่มาของเพลงน้ำตาแสงไต้ โดย ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงปี ๒๕๓๑ สง่า อารัมภีร์

วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2556

besame mucho

...

Besame,
besame mucho
como si fuera ้sta noche
la ๚ltima vez

Besame, besame mucho
que tengo miedo a perderte
perderte despu้s

Besame,
besame mucho
como si fuera ้sta noche
la ๚ltima vez

Besame, besame mucho
que tengo miedo a perderte
perderte despu้s

Quiero tenerte muy cerca
mirarme en tus ojos
verte junto a mi
Piensa que tal vez ma๑ana
yo ya estar้ lejos,
muy lejos de ti

Besame,
besame mucho
como si fuera ้sta noche
la ๚ltima vez

Besame, besame mucho
que tengo miedo a perderte
perderte despu้s

Besame,
besame mucho
que tengo miedo a perderte
perderte despues

que tengo miedo a perderte
perderte despues...


http://www.youtube.com/watch?v=gPRESlT4Ccg&list=PL850ECCECA41BD322&index=5 



(gracias a Yolanda por esta letra)...อ้างอิง http://sz4m.com/l5197

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เนื้อเพลง เพลงเพราะ ๆ

...



                   
     บุเรงนองพ่ายรัก 
                           ศิลปิน ชรินทร์ นันทนาคร

น้องนวล เอย  ฮัม ... นวลจันทร์ 

เจ้าแกล้งให้พี่ฝัน  ฮัม.ฮัม ..พี่ผวา 
ไม่เห็นโฉมโนมสวาท 
เหมือนจะขาด เหมือนจะขาดชีวา
โอ้เจ้าจันทรา จะเด็จ จะทำไฉน

โถเมตตา   ฮัม.....พี่ก่อน
น่ารักเมื่อเจ้างอน ฮัม....เนตรชม้าย
หยิกพี่เสียทำให้เจ็บ พี่จะเก็บ พี่จะเก็บรอยไป
จะจูบที่รอย หยิกไว้  ประทับใจ ตะละแม่จันทรา

ออกศึก ไม่เคยถูกคม กลับมาต้องคมกานดา
คมเนตร คมวาจา กรีดใจข้า เป็นริ้ว เป็นรอย
ต้องกลับด้วยความอับอาย  สิ้นชายแพ้รักเคยคอย
เห็นแก้มสีพลอย นั่นเป็นรอยของ บุเรงนอง


....อยู่หงสาวดี แต่ใจพี่ อยู่ใกล้น้อง
ตะละแม่ ไม่แลมอง บุเรงนอง พ่ายรักเอย


http://www.youtube.com/watch?v=fH79sGmDVdM


     ซากรักของจันทรา
                              ศิลปิน อรวี สัจจานนท์

   ขวัญเอย  ขวัญฟ้า  จันทรา ตะละแม่ตองอู
คนึงอยู่  ถึงชู้รัก  บุเรงนอง
หวังปองพิศวาส  มาดหมาย

ไปหลงแปร แผ่ใจ  รักซ้อนซ่อนไว้ให้กุสุมา
 จันทรา  อนิจจาเอ๋ย

รักซ้อนก่อนเคย หวังร่วมชิดเชย เผยรักปักใจ
รักร้างมาห่างไกล ไฝ่หา

ลืมตองอู จันทรา  ไปหลงเฝ้าเจ้ากุสุมา
จนลืมดอกฟ้าตองอู


ศักดิ์เอย  ศักดิ์ศรี  
ยอดนารี  ตะละแม่ ตองอู
รักสุดกู่ ไปหลงอยู่ เมืองแปร
รักแท้มาเปลี่ยนแปร เป็นสอง

เคยหวังใจ ให้ครอง  แม้ศักดิ์ตองอู คู่มังตรา
จันทรา ก็กล้าเฉลย
รักใคร ไม่เคย เท่าจะเด็ดเลย คู่เชยภิรมย์
ยังระทม เฝ้าขื่นขม ฤทัย

ถึงแม้รัก จะหักได้ เหลือซากรักที่ยังหายใจ
เทิดทูนไว้ เพื่อตองอู

อรวี สัจจานนท์
http://www.youtube.com/watch?v=Zg0dJEMQJqM&nofeather=True

แน่งน้อย สงวนรักษ์
http://www.youtube.com/watch?v=ZISOlnve7Y0




      กุสุมา อธิษฐาน
                                                    ศิลปิน  วงจันทร์ ไพโรจน์ เพ็ญสรี พุ่มชูศรี

   มืดมน ยามย่ำสนธยา  มองฟ้าพาใจอาวรณ์
ร้าวรอน อกข้าเอ๋ย

  หวนนึกถึง ตัวข้า ชะตาเอ๋ย  ต้องจากคู่ชู้เชย
เป็นเชลย รามัญ

เฝ้าโศกศัลย์ ถึงขวัญใจข้า ทนอาดูร
ข้าสูญสิ้นพรหมจารีย์

โดยใจมิมีรักปรารถนา  อกโอ้กุสุมา
เหมือนเทวาฟ้าสั่ง เหมือนดังตะวันดับ  อับจน
หลีกไม่พ้น ข้าอยู่อย่างคนทรมาน
ร้าวราน วิญญา น้ำตา ร่วงริน

รักเดียว ข้ามอบมังฉงาย แล้ว มลาย ไปสิ้น
ทรมานข้าขอบนบาน ฟ้าดิน
เสียงพิณนี้จงเป็นสื่อ ความซื่อ ข้าเอย

รักเดียว ข้ามอบมังฉงาย แล้ว มลาย ไปสิ้น
ทรมานข้าขอบนบาน ฟ้าดิน

เสียงพิณนี้จงเป็นสื่อ ความซื่อ ข้าเอย
วงจันทร์ ไพโรจน์
http://www.youtube.com/watch?v=exo0ExGssuA

 เพ็ญสรี พุ่มชูศรี
http://www.youtube.com/watch?v=9W_n0esbqCM



      ลูกทุ่งเสียงทอง 
                                 ศิลปิน เพชร พนมรุ้ง

............ทุ่งสีทอง.......มองสวยวิไล
แผ่นดินทองเป็นของไทย..ทำได้เป็นของเรา
เสร็จจากงานการทั้งผอง......
ลูกทุ่งเสียงทองมิซึมเศร้า....ร้องเพลงกันเถอะเรา
เหมือนดัง....นกเขาขันคู....
จูฮุกกรู......จูฮุกกรู.......จูฮุกกรู....
โฉมเอ๋ยสอางค์แม่นางท้องทุ่ง
โสภายิ่งกว่าในกรุง...
หมายมุ่งยลโฉมน้องนาง...
บ้านนาอย่างนี้แม่ยังโสภีสล้าง
เอมอิ่มปรางค์ดั่งนางฟ้า...
ลอยมาอวดโฉมลาวัลย์
สวยเอ๋ย...รวงทองน่ามองลิบลิ่ว
เห็นแนวกอไผ่เป็นทิว
ลิบลิ่วเสียดสีอำพัน
ใคร่จะป่าวร้อง...ข้าวรวงสีทองใครปั้น
มือแม่นางบอบบางนั้น.......
กำเคียวเกี่ยวข้าวในนา.....................
นั่งเหม่อมองดูท้องนา
สาลิกาถลาร่อน....
ขลุ่ยครวญดังไปทั้งบ้านดอน..
สายลมจรโชยแผ่วมา..
ข้างกองฟางเอนหลังคอย
หัวใจลอยอยากเห็นหน้า...
สาวเอวบางน้องบ้านนา.....
ลืมสัญญาแล้วหรือไร .......

http://www.baanmaha.com/forums/showthread.php?t=19978



  เพลง น่ารัก 
                                              
 ตำร้อง สุนรียา ณ เวียงกาญจน์
                                              ทำนอง สมาน กาญจนผะลิน
                                              ศิลปินขับร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร

-น่ารักจริงเอ๋ย แต่พี่ไม่เคย พบเห็นมาเลย แต่ก่อนแต่ไร
ใช่สวยขนาด บาดใจ แต่แม่เอ๋ย ละมุนละไม..นักหนา
ใช่สวยขนาด เลิศลอย แต่แม่เอ๋ยแช่มช้อย ติดตรึง อุรา
ใช่สวยขนาดหยาดฟ้า ทำไมหนอกานดา น่า รัก เสียจริง

-เพราะเจ้าน่ารัก
พี่เห็นวงพักตร์ พี่แอบรัก ยอดหญิง
คิดใคร่แอบอิง ความรักเข้าสิง พี่สุดจะทิ้ง จะถอน อุรา

**-น่ารักอย่างนี้ จะไม่ให้พี่ รักคนดี พี่หมดปัญญา
มนุษย์คนหนึ่งนี่หนา ห้ามพี่รักแก้วตาใครห้ามได้
จะถือโกรธเอาโทษทัณฑ์ ก็ปุถุชนคนสามัญ ห้ามกันยังไง
แอบรักเจ้าหมดดวงใจ ต้องโทษเพราะ ทรามวัยน่า รัก เอย....**(ซ้ำ)



เนื้อเพลง เพลงเพราะ ๆ

...



                   
     บุเรงนองพ่ายรัก 
                           ศิลปิน ชรินทร์ นันทนาคร

น้องนวล เอย  ฮัม ... นวลจันทร์ 

เจ้าแกล้งให้พี่ฝัน  ฮัม.ฮัม ..พี่ผวา 
ไม่เห็นโฉมโนมสวาท 
เหมือนจะขาด เหมือนจะขาดชีวา
โอ้เจ้าจันทรา จะเด็จ จะทำไฉน

โถเมตตา   ฮัม.....พี่ก่อน
น่ารักเมื่อเจ้างอน ฮัม....เนตรชม้าย
หยิกพี่เสียทำให้เจ็บ พี่จะเก็บ พี่จะเก็บรอยไป
จะจูบที่รอย หยิกไว้  ประทับใจ ตะละแม่จันทรา

ออกศึก ไม่เคยถูกคม กลับมาต้องคมกานดา
คมเนตร คมวาจา กรีดใจข้า เป็นริ้ว เป็นรอย
ต้องกลับด้วยความอับอาย  สิ้นชายแพ้รักเคยคอย
เห็นแก้มสีพลอย นั่นเป็นรอยของ บุเรงนอง


....อยู่หงสาวดี แต่ใจพี่ อยู่ใกล้น้อง
ตะละแม่ ไม่แลมอง บุเรงนอง พ่ายรักเอย


http://www.youtube.com/watch?v=fH79sGmDVdM


     ซากรักของจันทรา
                              ศิลปิน อรวี สัจจานนท์

   ขวัญเอย  ขวัญฟ้า  จันทรา ตะละแม่ตองอู
คะนึงอยู่  ถึงชู้รัก  บุเรงนอง
หวังปองพิศวาส  มาดหมาย

ไปหลงแปร แพ้ไจ  รักซ้อนซ่อนไว้ให้กุสุมา
 จันทรา  อนิจจาเอ๋ย

รักซ้อนก่อนเคย หวังร่วมชิดเชย เผยรักปักใจ
รักร้างมาห่างไกล ไฝ่หา

ลืมตองอู จันทรา  ไปหลงเฝ้าเจ้ากุสุมา
จนลืมดอกฟ้าตองอู

ศักดิ์เอย  ศักดิ์ศรี  
ยอดนารี  ตะละแม่ตองอู
รักสุดกู่ ไปหลงอยู่เมืองแปร
รักแท้มาเปลี่ยนแปร เป็นสอง
เคยหวังใจ ให้ครอง  แม้ศักดิ์ตองอูคู่มังตรา
จันทราก็ กล้าเฉลย
รักใคร ไม่เคย เท่าจะเด็ดเลย คู่เชยภิรมย์
ยังระทม เฝ้าขื่นขมฤทัย
ถึงแม้รัก จะหักได้ เหลือซากรักที่ยังหายใจ

เทิดทูนไว้ เพื่อตองอู

อรวี สัจจานนท์
http://www.youtube.com/watch?v=Zg0dJEMQJqM&nofeather=True

แน่งน้อย สงวนรักษ์
http://www.youtube.com/watch?v=W9yRXjBdAu0




      ลูกทุ่งเสียงทอง 
                                 ศิลปิน เพชร พนมรุ้ง

............ทุ่งสีทอง.......มองสวยวิไล
แผ่นดินทองเป็นของไทย..ทำได้เป็นของเรา
เสร็จจากงานการทั้งผอง......
ลูกทุ่งเสียงทองมิซึมเศร้า....ร้องเพลงกันเถอะเรา
เหมือนดัง....นกเขาขันคู....
จูฮุกกรู......จูฮุกกรู.......จูฮุกกรู....
โฉมเอ๋ยสอางค์แม่นางท้องทุ่ง
โสภายิ่งกว่าในกรุง...
หมายมุ่งยลโฉมน้องนาง...
บ้านนาอย่างนี้แม่ยังโสภีสล้าง
เอมอิ่มปรางค์ดั่งนางฟ้า...
ลอยมาอวดโฉมลาวัลย์
สวยเอ๋ย...รวงทองน่ามองลิบลิ่ว
เห็นแนวกอไผ่เป็นทิว
ลิบลิ่วเสียดสีอำพัน
ใคร่จะป่าวร้อง...ข้าวรวงสีทองใครปั้น
มือแม่นางบอบบางนั้น.......
กำเคียวเกี่ยวข้าวในนา.....................
นั่งเหม่อมองดูท้องนา
สาลิกาถลาร่อน....
ขลุ่ยครวญดังไปทั้งบ้านดอน..
สายลมจรโชยแผ่วมา..
ข้างกองฟางเอนหลังคอย
หัวใจลอยอยากเห็นหน้า...
สาวเอวบางน้องบ้านนา.....
ลืมสัญญาแล้วหรือไร .......

http://www.baanmaha.com/forums/showthread.php?t=19978



  เพลง น่ารัก 
                                              
 ตำร้อง สุนรียา ณ เวียงกาญจน์
                                              ทำนอง สมาน กาญจนผะลิน
                                              ศิลปินขับร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร

-น่ารักจริงเอ๋ย แต่พี่ไม่เคย พบเห็นมาเลย แต่ก่อนแต่ไร
ใช่สวยขนาด บาดใจ แต่แม่เอ๋ย ละมุนละไม..นักหนา
ใช่สวยขนาด เลิศลอย แต่แม่เอ๋ยแช่มช้อย ติดตรึง อุรา
ใช่สวยขนาดหยาดฟ้า ทำไมหนอกานดา น่า รัก เสียจริง

-เพราะเจ้าน่ารัก
พี่เห็นวงพักตร์ พี่แอบรัก ยอดหญิง
คิดใคร่แอบอิง ความรักเข้าสิง พี่สุดจะทิ้ง จะถอน อุรา

**-น่ารักอย่างนี้ จะไม่ให้พี่ รักคนดี พี่หมดปัญญา
มนุษย์คนหนึ่งนี่หนา ห้ามพี่รักแก้วตาใครห้ามได้
จะถือโกรธเอาโทษทัณฑ์ ก็ปุถุชนคนสามัญ ห้ามกันยังไง
แอบรักเจ้าหมดดวงใจ ต้องโทษเพราะ ทรามวัยน่า รัก เอย....**(ซ้ำ)



วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2552

We are the world

http://www.ijigg.com/songs/V2FFA7APD


...
There is a time,
When we should hear a certain call,
'cause the world, it seems it's written in these lines,
'cause there's a chance for takin',
in leading our own lives,
it seems we need nothing at all,
I used to feel,
That I should give away my heart,
And it shows that we are needed in there,
Then I read the headlines,
And it said that got in there,
And it showed that we are - - - in there,

We are the world,
We are the children,
We are the one to make a brighter day,
So let's start givin',
There's a chance we're takin',
We're takin all our lives,


It's true we're make it a brighter day just you and me.

วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2551

เพลงคลาสสิค

....
1. piano lesson: beginner blues -สอนเล่นเปียโน 5 ตัวอย่าง
http://uk.youtube.com/watch?v=gs2Yb3whXDA&feature=related
http://uk.youtube.com/watch?v=9KDfsK_cERc&feature=related
http://uk.youtube.com/watch?v=eQQFD7d0XvI&feature=related
http://uk.youtube.com/watch?v=W8k01Wm91h8&feature=related
http://uk.youtube.com/watch?v=Kh_448qCe3c&feature=related

2. Mariage D'Amour
http://www.youtube.com/watch?feature=related&hl=en-GB&v=NCOiSlS1oqI&gl=GB



3. Fur elise -Beethoven - เปียโน 6 เวอร์ชั่น
http://uk.youtube.com/watch?v=LQTTFUtMSvQ
http://uk.youtube.com/watch?v=LQTTFUtMSvQ&feature=related
http://uk.youtube.com/watch?v=zSy8j5CnNLw
http://uk.youtube.com/watch?v=NCOiSlS1oqI&feature=related



4. richard clayderman เพลงบรรเลงในหลายแห่ง

http://uk.youtube.com/watch?v=oYs9hqUDfDo&feature=related
http://uk.youtube.com/watch?v=xYlHPDIdw_8&feature=related

5. Serenade - Schubert เปียโน 10 เวอร์ชั่น
http://uk.youtube.com/watch?v=VOPjbsFL1K0
http://uk.youtube.com/watch?v=36tnd4C0Obc&feature=related
http://uk.youtube.com/watch?v=dfGhMu4C3_Y&NR=1
http://uk.youtube.com/watch?v=cDx_cuXTY20&feature=related
http://uk.youtube.com/watch?v=vXh3K4AEevY&feature=related กีตาร์
http://uk.youtube.com/watch?v=AToX6O_AXZw&NR=1 ไวโอลิน
http://uk.youtube.com/watch?v=WQw1s6YAdVU&NR=1 ไวโอลิน
http://uk.youtube.com/watch?v=Nd8O7xXcs0w&feature=related ทรัม
http://uk.youtube.com/watch?v=6qpoJHseEh0&feature=related ฟรุต
http://uk.youtube.com/watch?v=mWEzYnY4CSA&feature=related แซก

6. Chopin "Tristesse" Etude op.10 no.3 -เปียโน
http://uk.youtube.com/watch?v=e9634jhN4h4&feature=related

7. Chopin "Fantasie" Impromptu, Op. 66 เปียโน
http://uk.youtube.com/watch?v=tvm2ZsRv3C8

8. Turkish March Mozart - Marche turque -เปียโน
http://uk.youtube.com/watch?v=l27AvG9Z6Ks
http://uk.youtube.com/watch?v=5WD3DncRK3c&feature=related กีตาร์คู่


9. Gavotte-F.J.Gossec - suzuki) -ไวโอลิน
http://uk.youtube.com/watch?v=F-KN-UEsbGM


10. Tchaikovsky - violin concerto - Allegro moderato part I ไวโอลิน
http://uk.youtube.com/watch?v=ATK_pj2iMqg&NR=1


11. Ave Maria on the Classical Guitar - กีต้าร์
http://uk.youtube.com/watch?v=Z-lEmyhuS-A


12. Ida Presti plays Romance by Paganini -กีต้าร์
http://uk.youtube.com/watch?v=pHrYmwGgjg0


13. Drifting -
http://www.candyrat.com/- Andy Mckee -กีต้าร์
http://uk.youtube.com/watch?v=Ddn4MGaS3N4&feature=related

14. Rylynn - Acoustic Guitar - Andy Mckee - -กีต้าร์
http://uk.youtube.com/watch?v=JsD6uEZsIsU&feature=related

15. Recuerdos de la Alhambra Jim Greeninger, -กีต้าร์
http://uk.youtube.com/watch?v=AIzKsNIRrV4&feature=related



16. Gone With The Wind -ประกอบภาพยนต์
http://uk.youtube.com/watch?v=glEBYFsz7mc

17. Sound Of Silence - เพลง
http://uk.youtube.com/watch?v=9hUy9ePyo6Q&feature=related


18. The Way We Were (1975)Barbra Streisand - เพลง
http://uk.youtube.com/watch?v=n-KPGh3wysw&mode=related&search=


19. Love Is Blue - Al Martino เพลง
http://youtube.com/watch?v=IiZPmQSQpsk

20. Lemon Tree Animation เพลงมีเนื้อ
http://www.youtube.com/watch?v=W3x4HvXTyGQ


21. Blue Moon Manchester City
http://www.youtube.com/watch?v=3QhDE8CCnoA

22 SaScarborough Fair -rah Brightman
http://uk.youtube.com/watch?v=_45W-Lq7ftw&feature=related
http://uk.youtube.com/watch?v=nIoGOgqs_20&feature=related

23. Por Una Cabeza tango
http://ca.youtube.com/watch?v=_b9SvEaPm5U


24.A lover's Concerto
http://www.youtube.com/watch?v=G5kc5IxtbBk&feature=related